สังคมไทยอาจจะได้เห็นปริมาณรถเร่ขายของชำเพิ่มมากขึ้น

เป็นเวลานานแห่งการต่อสู้หาทางอยู่รอดของบรรดา ผู้ทำการค้าเกี่ยวกับธุรกิจของชำ ที่ต้องฟันฝ่ากับกระแสการกุมตลาดของห้างค้าปลีกต่างๆ ซึ่งยากที่ประชาชนทั่วไปจะแข่งขันได้ เว้นแต่ร้านค้าใดนั้นจะต้องมีระบบการจัดการบริหารดูแลและใส่ใจด้วยตนเองอย่างละเอียด  ธุรกิจร้านของชำในวันนี้จึงมิใช่ธุรกิจที่ใครนึกจะเปิดร้านก็ทำได้ง่ายๆปล่อยปละได้เหมือนดั่งในอดีตก็หาไม่  ยกเว้นในพื้นที่ห่างไกลจากห้างค้าปลีกก็อาจจะสามารถยังคงอยู่ได้ในแบบง่ายๆ

แต่กระนั้นก็ตามนับว่ามีมิติใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลง หลังจากทางรัฐได้มีโครงการร้านค้าประชารัฐ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มีการเชื่อมโยงอันสามารถกลายเป็นช่องทางให้ชาวบ้านได้มีโอกาสทำร้านค้าได้อย่างมั่นคงขึ้น  และขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ออกโครงการใหม่ ซึ่งเกิดจากการได้เล็งเห็นไปที่บรรดาผู้ค้าของชำในลักษณะรถเร่ต่างๆ ว่าน่าจะเป็นประโยชน์สามารถผนวกเชื่อมโยงกับ การชำระค่าสินค้าของผู้ซื้อด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้

ซึ่งข้อดีของรถเร่นั่นก็คือมีการเคลื่อนไหวเดินทาง สามารถให้บริการได้ถึงหน้าบ้านผู้ซื้อ มีจุดแข็งที่ยังเป็นลักษณะที่ห้างค้าปลีกต่างๆยังไม่สามารถแข่งขันและเจาะประเภทลูกค้ากลุ่มนี้ได้ อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะมีสินค้าพื้นบ้านหลากหลายเข้าถึงลูกค้าชาวบ้านได้ตอบโจทย์มากกว่าบรรดาร้านค้าปลีก

แต่ปัญหาเดิมๆที่ทางการยังคงพึงระมัดระวัง นั่นก็คือการทุตจริตในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นการโกงตราชั่ง หรือการนำเสนอสินค้าที่ไม่เข้าข่ายอยู่ในโครงการแต่อาศัยกลวิธีให้ผู้ซื้อรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ และทางป้องกันเดิมๆนั่นก็คือการออกมาตรการต่างๆในการเอาผิด เพื่อขู่ไว้เช่นเคย

และเป็นที่น่าเชื่อเหลือเกินว่า สำหรับสินค้าที่ผู้ซื้อมักจะมีการซื้อเป็นประจำรายเดือนอยู่แล้วซ้ำๆ อาทิเช่นน้ำมันพืช สบู่ยาสีฟันและของใช้เป็นประจำต่างๆนั้น จะเกิดความสะดวกง่ายดายขึ้นต่อผู้ซื้อที่สามารถลดค่าเดินทางไปยังร้านค้าประชารัฐ  อีกทั้งยังเกิดผลประโยชน์ให้กับบรรดารถเร่ ที่จะสามารถได้ลูกค้าประจำ ไว้คอยจัดส่งสินค้าถึงหน้าบ้านได้อย่างสม่ำเสมอ อย่างสามารถประเมินรายรับได้ค่อนข้างเห็นภาพโครงข่ายของการตระเวณส่งสินค้าปลีกไปขายยังจุดต่างๆ

และไม่แน่ว่าอาจจะเกิดภาวะการแข่งขันกันเองสูงขึ้นของบรรดา ร้านค้าประชารัฐ กับรถเร่ประชารัฐด้วยกันเอง ซึ่งหากสินค้าจากรถเร่ไม่ตั้งราคาไว้สูงกว่าหรือสูงเกินไป ก็จะถือว่าเกิดความได้เปรียบขึ้นทันที และอาจจะส่งผลขยับขยายบรรดาผู้สนใจ พากันเข้ามาจับธุรกิจรถเร่กันมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากยอดที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ประเมินไว้ในขณะนี้ จากทั่วประเทศจะมีบรรดารถเร่อยู่ที่ประมาณ 1หมื่นคันซึ่งเป็นตัวเลขที่อาจจะยังไม่สูงและส่วนใหญ่กระจายอยู่ตามพื้นที่ท้องถิ่น โดยที่การผลักดันครั้งนี้หากมีผู้สนใจมากขึ้นจนขยายปริมาณรถเร่มากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือมาตรการดูแลของรัฐที่จะต้องมีความแน่นอนมั่นคงให้ความมั่นใจในระยะยาวต่อผู้ที่ใฝ่จะประกอบการค้ารถเร่เหล่านี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *